ข่าวทั่วไป
นักวิทย์เร่งไขปริศนา อะไรทำให้ ‘โควิดโอมิครอน’ แปลก-ประหลาดขนาดนี้
โดย Admin 3 มกราคม 2022
0
SHARE
113
VIEW

  • นักวิจัยในหลายประเทศกำลังทำงานแข่งกับเวลา เร่งไขปริศนา ทำความเข้าใจ เพราะอะไรทำให้เชื้อโควิดสายพันธ์ุใหม่โอมิครอนแปลก-ประหลาดถึงเพียงนี้
  • พบโควิดซุปเปอร์กลายพันธุ์ โอมิครอน มีลักษณะทางพันธุกรรม 'ผ่าเหล่าผ่ากอ' ห่างไกลจากญาติพี่น้องเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นๆ อย่างมาก
  • เหตุไฉนเชื้อโควิดโอมิครอนจึงโผล่ขึ้นมาแบบปัจจุบันทันที ขณะที่นักวิทย์คาด ถึงแม้พบผู้ติดเชื้อโอมิครอนรายแรกในบอตสวานา และแอฟริกาใต้ แต่เชื่อว่าบางทีเชื้อโควิดโอมิครอนอาจแพร่ระบาดในประเทศอื่นๆ มาก่อนแล้ว โดยไม่มีใครรู้

แล้วในที่สุด เชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ โอมิครอน (Omicron) ที่อุบัติขึ้นเมื่อราว 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ทำให้บรรยากาศรื่นเริงเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 กร่อยลงไปถนัดใจ เมื่อได้แสดงฤทธิ์เดชของการเป็น 'เชื้อโควิด-19 ซุปเปอร์กลายพันธุ์' ที่แพร่ระบาดรวดเร็วอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พบผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 100 ประเทศ จนกำลังจะกลายเป็นสายพันธุ์หลัก แทนสายพันธุ์เดลตาในอนาคตอันใกล้

หลายประเทศทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่พุ่งแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ต่อวัน ทะลุหลักแสนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เชื้อโควิด-19 ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ตั้งแต่ปลายปี 2562 ขณะที่สหรัฐอเมริกาต้องหวนกลับมาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ภายในวันเดียวเกิน 2 แสนราย เมื่อ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ท่ามกลางความหวาดผวาว่าโควิดโอมิครอนจะร้ายกาจมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการทำให้เกิดอาการป่วยหนัก? บรรดานักวิทย์ทั่วโลกต่างพยายามไขปริศนาหาคำตอบเกี่ยวกับเชื้อโควิดโอมิครอน 

ชี้โควิดโอมิครอนเป็นเชื้อที่แปลกและน่าประหลาดใจ

นักวิจัยในหลายประเทศกำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อพยายามทำความเข้าใจเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โอมิครอนให้ได้โดยเร็วและมากที่สุด ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะต้นกำเนิด, ลักษณะทางพันธุกรรม ไปจนถึงวิธีการติดเชื้อโอมิครอน ถือว่าผิดปกติ และสร้างความน่าประหลาดใจ

เชื้อโควิดโอมิครอนมีการกลายพันธุ์มากถึง 50 ตำแหน่ง และหนึ่งในบริเวณสำคัญที่สุดที่เกิดการกลายพันธุ์ คือ สไปค์โปรตีน หรือโปรตีนหนามที่เกิดการกลายพันธุ์ถึง 36 ตำแหน่ง เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อัลฟาที่กลายพันธุ์บริเวณสไปค์โปรตีน 10 ตำแหน่ง สายพันธุ์แกมมา 12 ตำแหน่ง และ เดลตา 9 ตำแหน่ง

การกลายพันธุ์บริเวณบางส่วนของสไปค์โปรตีนของเชื้อโควิดโอมิครอน มีผลโดยตรงต่อ 'ตัวรับ' หรือ Receptor ที่เรียกว่า ACE2 ในเซลล์ร่างกายของมนุษย์ เพราะการกลายพันธุ์ของโควิดโอมิครอนบริเวณสไปค์โปรตีน ดูเหมือนเพิ่มความสามารถในการจับกับ ACE2 ได้ดีมากขึ้น จึงทำให้โควิดโอมิครอนติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีอัตราการเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้น และแพร่กระจายได้ง่ายมากขึ้น

การกลายพันธุ์ที่สไปค์โปรตีนถึง 36 ตำแหน่ง ทำให้แอนติบอดี หรือภูมิต้านทานในร่างกายของมนุษย์จดจำเชื้อโอมิครอนได้ยากลำบากมากขึ้น และยังเกาะติดกับโปรตีนหนามของเชื้อโควิดโอมิครอนด้วย ซึ่งเรื่องนี้อาจอธิบายได้ว่า ทำไมเชื้อโควิดโอมิครอนจึงแพร่กระจายติดเชื้อได้ง่ายมากขึ้น และหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นๆ ก่อนหน้า

ในโลกความจริง พบติดโควิดโอมิครอนเพิ่ม 2 เท่า ในทุก 3 วัน

หลายประเทศ อย่างแอฟริกาใต้ และสหราชอาณาจักร ซึ่งเชื้อโควิดโอมิครอนแพร่ระบาดรวดเร็วมาก พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอนรายใหม่เพิ่มขึ้น 2 เท่า ในทุก 3 วัน หรืออาจสั้นกว่านี้ ซึ่งในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีทั้งเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน หรือได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว

ศาสตราจารย์แอนดรูว์ ปีคอสซ์ ศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยา (microbiology) ประจำมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ กล่าวว่า เชื้อโควิดโอมิครอนมีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันควบคู่ไปกับอัตราเร็วของการแพร่เชื้อที่สูงจริงๆ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ตัวแปรนี้แตกต่างจากเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมด

อาการป่วยไม่รุนแรงเท่าติดเชื้อโควิดเดลตา

ข้อมูลจากรายงานการศึกษาวิจัยที่เริ่มทยอยออกมามากขึ้นเรื่อยๆ บ่งชี้ว่า เชื้อโควิดโอมิครอนก่อให้เกิดอาการโรคที่รุนแรงน้อยกว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา  

นายซาอิด จาวิด รมว.สาธารณสุข UK แสดงหลักฐานงานศึกษาวิจัย โดยนักวิทย์ที่มหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ ในสกอตแลนด์ พบว่า อาการป่วยของผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอนไม่รุนแรงเท่ากับเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา โดยทำให้มีอัตราการเข้าโรงพยาบาลต่ำกว่าสายพันธุ์เดลตาถึงประมาณ 50-70%

นอกจากนั้น งานวิจัยจากทีมนักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮ่องกง ยังพบว่า เชื้อโควิดโอมิครอนมีการเพิ่มจำนวนบริเวณหลอดลมได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตาถึง 70 เท่า แต่ขณะเดียวกัน เชื้อโควิดโอมิครอนเพิ่มจำนวนบริเวณปอดได้ช้ากว่าโควิดสายพันธุ์เดลตา ประมาณ 10 เท่า ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเชื้อโควิดโอมิครอนจึงทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา

ทำไมโอมิครอน 'ผ่าเหล่าผ่ากอ' ต่างจากเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นๆ

นับตั้งแต่เชื้อโควิด-19 ระบาดใหญ่ตั้งแต่ปลายปี 2562 ทำให้ชาวโลกได้มีความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของเชื้อไวรัสด้วย เราได้รู้ว่าเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ขณะมีการเพิ่มจำนวนในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัส ก็เพื่อพยายามหาทางรอดของตัวมันเอง การกลายพันธุ์ทำให้เชื้อไวรัสกลายพันธุ์มีอันตรายมากขึ้น ไม่ว่าจะทำให้คนที่ได้รับเชื้อมีอาการป่วยรุนแรงมากขึ้น หรือเชื้อแพร่กระจาย หลบภูมิต้านทานร่างกายของมนุษย์ได้ดีขึ้น

นับตั้งแต่นักวิทย์ในแอฟริกาใต้พบเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่โอมิครอน หรือมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า B.1.1.529 และรายงานต่อองค์การอนามัยโลกเป็นครั้งแรกเมื่อ 24 พ.ย. 64 นั้น นักวิทย์ได้สันนิษฐานเบื้องต้นว่า สาเหตุที่ทำให้เชื้อโควิดโอมิครอนสามารถเกิดการกลายพันธุ์ได้มากถึง 50 ตำแหน่งนั้น เป็นเพราะมันฟักตัวอย่างอ้อยอิ่งอยู่ในผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ในขณะที่นักวิทย์ยังมีการตั้งข้อสันนิษฐานถึงต้นกำเนิดของเชื้อโควิดโอมิครอนด้วยว่า อาจกลายพันธุ์ในสัตว์ที่เป็นพาหะของเชื้อโควิด-19 อาจเป็น ตัวมิงค์, ค้างคาว, เสือ, เอป หรือลิงไม่มีหาง

และเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้แก่นักวิทย์อย่างมากก็คือ ในขณะนี้เชื้อโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่อื่นๆ ที่ผ่านมา มีความใกล้ชิดทางพันธุกรรมกับเชื้อโควิดกลายพันธุ์ก่อนหน้าไม่มากก็น้อย แต่เหตุไฉน เชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนกลับมีลักษณะทางพันธุกรรมชนิดที่อาจพูดได้ว่า 'ผ่าเหล่าผ่ากอ' ห่างไกลจากญาติพี่น้องวงศ์วานว่านเครือเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นๆ เป็นอย่างมาก

Brianne Barker ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา ที่มหาวิทยาลัย Drew กล่าวว่า มันเป็นเรื่องโดดเด่นอย่างมากที่ว่า ทำไมเชื้อโควิดโอมิครอนจึงต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ และขณะที่มีการรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอนรายแรกในประเทศบอตสวานา และต่อมาคือ แอฟริกาใต้ แต่บางทีเชื้อโควิดโอมิครอนอาจแพร่ระบาดก่อนหน้านี้ โดยที่ไม่มีใครรู้ก็เป็นได้.

เรียบเรียงโดย : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : Dailymail, vox

ถ้าชอบเนื้อหาอย่าลืมกดแชร์
0
SHARE