ข่าวตลก
“สุเทพ สีใส” ชวนเลิกเล่นมุกล้อเลียนรูปลักษณ์
โดย Admin 13 มกราคม 2022
0
SHARE
139
VIEW

กระแสตอบรับดีมากเลยทีเดียว สำหรับคลิปวีดีโอ Salmon House X Dtac บูลลี่ไม่ใช่เรื่องตลก สัญญาใจ สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้คนในสังคมหยุดการไซเบอร์บูลลี่ โดยได้นักแสดงตลกดัง อย่าง “สุเทพ สีใส” มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ให้หลายคนได้ตระหนักและเห็นภาพ ว่าการถูกบลูลี่ผ่านมุกตลก มันเจ็บปวดขนาดไหน หลังจากที่ปล่อยคลิปวีดีโอแล้ว หลายคนที่ดูพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…มันรู้สึกทัชใจมากๆ และ สุเทพ สีใส ยังได้เปิดใจถึงผลงานชิ้นนี้กับบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้....

“คลิปนี้ก็ต้องขอบคุณทางผู้จัดทำนะครับ ที่สนับสนุนให้มีคลิปนี้ออกมา สำหรับการบูลลี่ลักษณะของบุคคลทั่วๆ ไป ซึ่งมีมานานแล้ว กับการบูลลี่ผ่านมุกตลกต่างๆ เราก็จะมารณรงค์กัน ให้เลิกสนับสนุนการแสดงตลกแบบนี้ เพราะมันจะเป็นการชี้แนะให้กับเยาวชน ว่าการเล่นตลกรูปแบบน้ันมันไม่ดีนะ คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้ แต่คนเรามันแตกต่างกันได้ ขอร้องอย่าเอาความแตกต่างนั้นมาบูลลี่ผ่านมุกตลกต่างๆ

ซึ่งคลิปนี้ก็จะเป็นการชี้แนะให้ตลกด้วย ว่าอย่ามาอำมาว่ากันหน้าเวที ด้วยการล้อรูปลักษณ์ เลิกเอามุกตลกแบบนี้มาใช้ได้แล้ว อย่างไอ้หน้าผี อยากให้เรามาคิดค้นหามุกตลกที่มันสร้างสรรค์ และตลกมากกว่านี้ด้วยสมองดีกว่า”

การล้อรูปลักษณ์ เป็นธรรมเนียมปฎิบัติกันต่อๆ กันมา
“ใช่ฮะ แล้วก็ไม่ได้มีแค่การบูลลี่ผ่านมุกตลกต่างๆ แต่มันมีทุกกลุ่มทุกอาชีพ ที่บลูลี่กันแบบนี้ ซึ่งคนที่เขาเป็นแบบนั้น อ้วนบ้าง หน้าผีบ้าง ฟันเหยินหรือเป็นกระเทย อะไรก็แล้วแต่ ที่เขานำเสนอเป็นคลิปออกไป ผมว่าดูแล้วก็จะรู้สึกดี ในฐานะที่ผมเป็นเองด้วย และผ่านอะไรมาเยอะ เห็นคลิปนี้แล้วก็รู้สึกดี คนจะได้ไม่สนับสนุนมุกแบบนี้ และการกระทำแบบนี้จะได้เบาบางลงบ้าง เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่ถูกซึมซับด้วยคลิปนี้ ก็จะได้รู้สึกดีกับคนที่เป็นลักษณะแบบนี้”

ในชีวิตโดนเล่นมุกนี้ใส่มาโดนตลอด
“ตลอดครับ แต่ผมไม่ต้องเล่นมุกหรอกครับ แค่เดินไปไหน พวกวัยรุ่นอะไรต่ออะไร หรือพวกเมาเฮฮากัน ก็จะเฮ้ย…ผีหลอก ไอ้หน้าผี ซึ่งบางคนเขาก็จะรู้สึกตอกย้ำปมด้อยของตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองเกิดมาอาภัพ รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ซึ่งในคลิปเราก็จะสอนเอาไว้ด้วย ว่าอาจจะทำให้คนบางคน เกิดเป็นโรคซึมเศร้าหรือคิดสั้นได้ ที่เกิดมาทำไมไม่หล่อไม่สวยเหมือนคนอื่นเขา คิดไปในทางลบได้”

เจ็บปวดทุกครั้งที่โดนเรียกแบบนี้
“มันเจ็บปวดครับ เมื่อก่อนตอนที่ยังเด็กๆ ยันรุ่นๆ ก็เจ็บปวด แล้วก็รู้สึกอาย มันก็เป็นของธรรมดาครับ แต่ผมก็หนักแน่นพออยู่แล้ว ผมเกิดมาแบบนี้ เกิดอีกกี่ปีกี่ชาติ ก็ขอให้หน้าตาแบบนี้ เรามาแสดงความรู้สึกที่ดีต่อสังคม ต่อประชาชน ด้วยสิ่งที่เราทำออกมาจากสมองด้วยรอยยิ้มดีกว่า”

ไม่ได้คุยเรื่องนี้กับวงการตลกนี้ แต่ว่าอยากจะให้เลิกเล่นมุกแบบนี้ได้แล้ว
“เรื่องนี้ไม่ค่อยได้คุยครับ ก็มีทางคลิปนี้ออกมา ตอนที่เขาส่งบทให้ผมอ่าน ก็รู้สึกว่าเข้าท่าดี พอตัดออกมาเป็นคลิปแล้ว เขาก็ส่งให้ผมดู ก็ยิ่งรู้สึกว่าแม่งใช่วะ มันรู้สึกได้ แล้วก็มีบางไดอะล็อกของน้องๆ ที่พูด รวมถึงของผมเอง ที่มันสะท้อนสังคมให้เห็น ว่าตั้งแต่เมื่อก่อนมาถึงตอนนี้ มันเป็นอย่างนี้จริงๆ คลิปนี้อาจจะเบรกได้ไม่หมด แต่มันก็อาจจะหยุดความปากไวของคนบางคน คนที่มีนิสัยชอบว่าเพื่อนอำเพื่อนต่อหน้าคนให้เพื่อนอาย มันเบาบางลงไป แล้วถ้าคิดได้ มีจิตสำนึก มันก็อาจจะไม่เกิดขึ้นอีกเลยก็ได้

ซึ่งผมเองผมก็เฉยๆ นะ กับการที่ไปไหน แล้วคนล้อว่า ผีหลอก นึกว่าผีมา อะไรแบบนี้ แต่ผมคิดได้อีกอย่างว่าเฮ้ย…อะไรที่เป็นความสุขของคุณ คุณก็ทำไป เพระาผมหนักแน่นพอ แต่เวลาผมแสดงตลกเนี่ย ผมจะแสดงเป็นคำพูด เป็นเพลง เป็นกลอน เป็นอะไรที่ออกมาจากสมอง ที่ไม่เกี่ยวกับหน้าตาผม ตลกแนวผมส่วนมากจะเป็นอย่างนั้น”

ถ้าดูแล้วมีจิตสำนึก การบูลลี่ผ่านมุกมันต้องลดลง
“ถ้าคนมันมีจิตสำนึก ผมว่าต้องลดลง จริงๆ แล้วตลกมีมันสมองที่มากกว่านี้ มีหลายๆ อย่างที่จะสื่อให้คนหัวเราะ ด้วยสมองละความคิด ที่จะเอามาทำเอามาขัดเกลากัน ไม่ใช่เอาความอัปลักษณ์ของเขามาอำมาเล่นกัน ตรงนั้นผมว่าอะ ถ้าเลิกได้ก็เลิก”

เจอมาเยอะจนเมีภูมิต้านทานดีแล้ว
“ทั้งความรู้สึกและอาชีพเรา ผมพัฒนาตัวเองขึ้นมา ในการแสดง ในการใช้คำพูด ใช้เรื่องราวมาเล่า ไม่ต้องแต่งเลอะเทอะ ผมว่าตลกสังขารมันน่าจะหยุดแล้ว เรามาทำแบบสมัยใหม่กัน ด้วยความคิด ด้วยการซ้อม หาอะไรที่มันใหม่ๆ มานำเสนอให้กับคนดู ผมว่าถ้าเด็กรุ่นใหม่ ได้ดูตลกที่ทำแบบนี้แล้ว มันจะมีความสุข แล้วการเล่น การแสดงมันจะสะอาด”

จะอำอะไรก็ช่วยคิดและยั้งไว้สักนิดก่อนพูด โตๆ กันแล้วไม่อยากจะสอน
“ถ้าจะให้แนะนำ ก็คงให้ไปดูคลิปนั้นแล้วกันนะ คนเราไม่ใช่เฉพาะตลก แต่เป็นทุกอาชีพ ทุกสาขา โตๆ กันแล้ว จะทำอะไร จะคิดอะไร ยั้งไว้สักนิดหนึ่ง ถึงเพื่อนเรา ที่เราจะอำจะพูด มันก็จะได้เบาบางลง ก็เอาอย่างนึ้ดีกว่า จะให้ผมไปสอนอะไร อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย เพราะว่าเราโตกันหมดแล้ว เราเอาคลิปนี้ไว้ให้เด็กลูกหลานเราได้ดู ว่ารุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นพี่เรา เขามีเหตุอย่างนี้มาก่อน เขาจะเข้าใจเลย บางคนเขาอาจจะมีลักษณะเหมือนกับที่โดนบลูลี่ก็ได้ เขาจะได้ชื่นใจกับคลิปนี้”

กระแสตอบรับดีมากกับคลิปนี้ ขอบคุณที่ทำให้ได้มีส่วนร่วม ได้เหมือนได้ส่งความรู้สึกในใจออกมา
“ผมขอบคุณมากเลยนะครับ ที่ทำคลิปตัวนี้ออกมา แล้วก็ขอบคุณน้องๆ ที่ช่วยส่งความรู้สึกนี้ออกไปให้เห็นผ่านคลิป แล้วกระแสตอบรับก็ดีมาก ขนาดคนที่อยู่เมืองนอก ก็ยังมีฟีดแบ็กกลับมาหา เราก็ขอบคุณทางผู้ผลิต ที่ให้ได้มีโอกาสร่วมงานดีๆ เพื่อสังคมแบบนี้”

ช่วงโควิดที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบ แต่ต้องอยู่กับมันให้ได้ เพราะค่าใช้จ่ายมีทุกวินาที
“เขาระเนระนาดกัน แต่เราไม่นะ…ไม่รอด (หัวเราะ) ไม่เหลือ ก็ต่อสู้กันไป อยู่กันไป มันก็โดนกันหมดทุกสังคม เราต้องอยู่กับมันให้ได้ โอมิครอนเขาบอกเป็นแล้วรักษาหาย แต่ก็อย่าให้เป็นเลย การ์ดอย่าตก จะได้ออกมาทำงานทำอะไรได้ เพราะค่าใช้จ่ายมันมีทุกวินาที ถามว่าเราดูแลตัวเองยังไงบ้าง เราโตแล้ว สุขภาพไม่ต้องห่วง ป้องกันโควิดอย่างเดียว แค่การ์ดอย่าตกเท่านั้นเอง”

ถ้าชอบเนื้อหาอย่าลืมกดแชร์
0
SHARE