ข่าวทั่วไป
เรือปริศนาจมลงอ่าวไทยแล้ว
โดย Admin 10 มกราคม 2022
0
SHARE
119
VIEW

(9 ม.ค.65) เมื่อเวลา 10.50 น. จากกรณีที่ทางทัพเรือภาคที่ 2 ได้รับแจ้งจากบริษัทที่แท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทยว่า พบเรือขนาดใหญ่ไม่ปรากฎสัญชาติ ลอยลำเข้ามาในเขตน่านน้ำพื้นที่ทะเลอ่าวไทย เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2565 ที่ผ่าน โดยทางด้าน พล.ร.ท.สุนทร คำคล้าย ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ได้สั่งการให้เรือ ต.113 ซึ่งเป็นเรือตรวจการทัพเรือภาคที่ 2 เข้าตรวจสอบ พบว่าเรือลำดังกล่าวอยู่ในสภาพเก่า ตัวเรือมีสภาพเอียง มีรอบรั่วบริเวณตัวเรือ และมีน้ำไหลเข้าตัวเรือ แต่ไม่พบผู้ใดอยู่บนเรือลำดังกล่าว ไม่มีเอกสารบ่งชี้ได้ว่าเป็นเรือสัญชาติใด ทางเรือ ต.113 จึงได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำออกจากตัวเรือ เพื่อจะทำการลากเรือลำดังกล่าวกลับเข้าฝั่งมาตรวจสอบ

ซึ่งล่าสุดทางด้าน พล.ร.ต.สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา รองผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 เปิดเผยว่า เรือปริศนาลำดังกล่าวได้จมลงใต้ทะเลแล้ว เมื่อช่วงค่ำของคืนวันที่ 8 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา เนื่องจากเรือลำดังกล่าวมีรอยรั่วหลายจุด แม้ทางเจ้าหน้าที่ทัพเรือภาค 2 จะพยายามสูบน้ำออกจากตัวเรือ เพื่อทำการเคลื่นย้ายเรือเข้าฝั่ง แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก เนื่องจากสภาพคลื่นลมในทะเลที่มีกำลังแรง ทำให้เรือ ร.ล.ตาปี ไม่สามารถนำเรือเข้าเทียบเรือลลำดังกล่าว เพราะคลื่นในทะเลที่มีกำลังแรงอาจจะทำให้เรือ ร.ล.ตาปี ได้รับการกระแทกจนเกิดความเสียหายได้

แต่เนื่องจากเรือลำดังกล่าวมีรอยรั่วหลายจุด น้ำที่ไหลทะลักเข้าในตัวเรือ บวกกับสภาพคลื่นลมในทะเล ทำให้เรือลำดังกล่าวได้จมลงในทะเล ซึ่งจุดที่เรือจมลงอยู่ห่างจากฝั่ง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 28 ไมล์ทะเล โดยในจุดที่เรือจมมีคราบน้ำมัน เจือจาง ไม่มีความแน่นของคราบน้ำมันมากนัก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นน้ำมันที่อยู่ในห้องเครื่อง ผสมกับน้ำมันหล่อลื่น ที่ไหลออกมาจากตัวเรือ โดยทางทัพเรือภาคที่ 2 ได้เร่งนำเรือทั้งในส่วนของทัพเรือภาคที่ 2 และประสานไปยังเจ้าท่านครศรีธรรมราช ร่วมทั้งเรือของภาคเอกชน เร่งสกัดครบน้ำมันที่ไหลออกมาจากตัวเรือลำดังกล่าวหลังเกิดจมลง

โดยทางทัพเรือภาคที่ 2 ได้ประสานไปยังบริษัทขุดเจาะน้ำมัน ในการที่จะนำทุ่นมาวางลอบจุดที่เรือจม เพื่อไม่ให้คราบน้ำมันไหลไปตามกระแสน้ำ จนทำให้เกิดผลกระทบต่อธรรมชาติใต้ท้องทะเล และผลกระทบในพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว  โดยในเบื้องต้นพบว่ากระแสน้ำในจุดที่เรือจม จะไหลมาทาง เกาะมัดสุม และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ในทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจุดที่เรือจม ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ทางเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจึงต้องเร่งสกัดน้ำมัน แม้ว่าจะมีปริมาณที่เจือจาง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย  ขณะที่ในส่วนของการตรวจสอบเรือลำดังจนถึงขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุชัดได้ว่าเป็นเรือสินค้าของประเทศใด แต่สภาพตัวเรือที่พบเป็นเรือสินค้าที่คาดว่าได้มีการปลดระวางแล้ว เนื่องจากเรือมีสภาพเก่ามาก และไม่มีอุปกรณ์เดินเรือใดๆ ในเรือแล้ว ร่วมถึงไม่มีสมอเรือด้วย

โดยในเบื้องความจำเป็นเร่งด่วนในตลอดนี้ทางทัพเรือภาคที่ 2 และทางศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ร่วมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ต้องเร่งสกัดคราบน้ำมันที่ไหลออกมาจากตัวเรือให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมา

ถ้าชอบเนื้อหาอย่าลืมกดแชร์
0
SHARE