ข่าวทั่วไป
ศึกชานมไข่มุกพ่นไฟ เสือชนะหมี ฝ่ายแพ้จ่ายอ่วม 10 ล้าน
โดย Admin 24 ธันวาคม 2021
0
SHARE
131
VIEW

กางโทษ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 หลังศาลมีคำตัดสินคดีร้านชานมไข่มุก “เสือพ่นไฟ” ฟ้อง “หมีพ่นไฟ

วันที่ 24 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง อ่านคำพิพากษาในคดีแดง กรณี บริษัท รวยสบายสบาย จำกัด เจ้าของแบรนด์ชานมไข่มุกเสือพ่นไฟ ฟ้อง เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องดื่มชานมไข่มุกหมีพ่นไฟ ฐานความผิดละเมิดเครื่องหมายการค้า ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534

ทางเสือพ่นไฟได้ขอศาลให้สั่งห้ามไม่ให้หมีพ่นไฟกระทำการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของเสือพ่นไฟต่อไป ให้ยุติการใช้เครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการที่เหมือนคล้ายกับเสือพ่นไฟ

คดีนี้เสือพ่นไฟยื่นฟ้องตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่จำเลยใช้คำว่า หมีพ่นไฟ และ The Fire Bear เป็นชื่อร้านค้า สินค้าและบริการ กิจการและเป็นชื่อชานมไข่มุก รวมถึงการใช้ประติมากรรมหัวหมีพ่นไฟ ที่มีลักษณะอ้าปากเป็นช่องส่งสินค้าชานมไข่มุกให้แก่ลูกค้า ซึ่งมีลักษณะเหมือนคล้ายกับธุรกิจของโจทก์

ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่า เป็นร้านที่มีเจ้าของเดียวกัน หรือสินค้ามาจากแหล่งเดียวกัน ถือเป็นการลวงให้ประชาชนเชื่อว่า สินค้าหรือการค้าของจำเลยเป็นของโจทก์หรือเกี่ยวข้องกับโจทก์

ชดใช้ 10 ล้านบาทสูงสุดในประวัติศาสตร์ไทย

ด้าน นายสืบสิริ ทวีผล ทนายความฝั่งเสือพ่นไฟ กล่าวภายหลังการพิจารณาคดีว่า เผยว่า คดีนี้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายหลายส่วนโดยเฉพาะความคุ้มครองเกี่ยวกับหลักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่เรียกว่า Trade Dress หรือ ความคุ้มครองการตกแต่งรูปลักษณ์ของสินค้าและบริการ

ซึ่งศาลพิพากษาว่าการใช้เครื่องหมายการค้า ชื่อ การบริการ และการส่งสินค้าให้ลูกค้าผ่านประติมากรรมหัวสัตว์เป็นการละเมิด ฐานลวงขาย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 10 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นค่าเสียหายในคดีเครื่องหมายการค้าที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

นอกจากคดีของศาลทรัพย์สินฯแล้ว โจทก์ยังได้ยื่นฟ้องจำเลย เป็นคดีอาญา โดยศาลเลื่อนไต่สวนมูลฟ้องไปเดือน กุมภาพันธ์ 2565

ด้าน น.ส.นันทนัช เอื้อศิริทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รวยสบายสบาย จำกัด เจ้าของแบรนด์เสือพ่นไฟ กล่าวว่า สินค้าในเครือทุกแบรนด์ของเราจดเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว ซึ่งคดีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้ผู้ที่ทำธุรกิจได้ตระหนักถึงทรัพย์สินทางปัญญาให้มากขึ้น และอยากให้เป็นเคสตัวอย่างให้คนเห็นว่าการทำธุรกิจ หรือการได้แรงบันดาลใจและการลอกเลียนแบบแตกต่างกัน การทำธุรกิจควรให้เกียรติกัน ไม่ใช่ลอกโดยจงใจหรือตั้งใจ

กางโทษ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534

ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 กำหนดความคุ้มครองเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม โดยกำหนดสิ่งที่เรียกว่าเครื่องหมาย หมายถึง ภาพถ่าย ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ข้อความ ตัวหนังสือ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ ซึ่งจะมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันก็ได้

มาตรา 108 บุคคลใดปลอมเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือ เครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 109 บุคคลใดเลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือ เครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น ที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็น เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการเครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของ บุคคลอื่นนั้น ต้อง ระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 109/1 บุคคลใดนําหีบห่อหรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือ เครื่องหมายร่วม ของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักรมาใช้สําหรับสินค้าของตนเองหรือ ของบุคคลอื่น เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมาย ร่วม หรือเชื่อว่าเป็นสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ถ้าชอบเนื้อหาอย่าลืมกดแชร์
0
SHARE